ฟ้าผ่าลงเจดีย์เก่าที่เชียงราย แล้วคนก็เจอพระพุทธรูปพอกปูนอยู่ข้างใน
- ปูนกะเทาะออกทีละนิด ข้างในไม่ใช่ปูน
- เจ้าเมืองเชียงใหม่สั่งอัญเชิญเข้าเมืองทันที แต่ช้างไม่ยอมเดินไปทางนั้น
- เล้าโลมกี่ครั้ง ถึงทางแยกก็เลี้ยวไปลำปางทุกครั้ง — สุดท้ายใครเป็นฝ่ายยอม?
ตำนานการอัญเชิญพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร (พระแก้วมรกต) หลังฟ้าผ่าเจดีย์วัดป่าญะ เมืองเชียงราย พ.ศ. ๑๙๗๗ · พญาสามฝั่งแกนแห่งเชียงใหม่ให้อัญเชิญเข้าเชียงใหม่ แต่ช้างที่อัญเชิญกลับมุ่งไปทางนครลำปางทุกครั้งที่ถึงทางแยก · จึงประดิษฐานที่วัดพระแก้วดอนเต้า นครลำปาง พ.ศ. ๑๙๗๙–๒๐๑๑ รวม ๓๒ ปี · พระเจ้าติโลกราชอัญเชิญเข้าเชียงใหม่ พ.ศ. ๒๐๑๑
ฟ้าผ่าลงเจดีย์เก่าองค์หนึ่งที่เมืองเชียงราย เจดีย์พังลงมา คนที่เข้าไปดูก็เจอพระพุทธรูปพอกปูนลงรักปิดทองอยู่ข้างใน หน้าตาธรรมดามาก
ธรรมดายังไง
ธรรมดาจนไม่มีใครสนใจค่ะ อัญเชิญไปไว้ในวิหารเฉย ๆ จนวันหนึ่งปูนบางส่วนกะเทาะออกเอง แล้วข้างในไม่ใช่ปูน เป็นเนื้อหยกสีเขียวทั้งองค์
คือมีคนเอาปูนพอกซ่อนไว้
ตำนานว่าอย่างนั้นค่ะ ว่าเจ้านายพระองค์หนึ่งห่วงว่าจะไม่ปลอดภัย จึงพอกปูนแล้วบรรจุไว้ในเจดีย์ โดยไม่บอกใคร แล้วเรื่องก็เงียบไปจนฟ้าผ่าลงองค์นั้นพอดี
แล้วใครได้ไป
ข่าวไปถึงเชียงใหม่ทันทีค่ะ พญาสามฝั่งแกน เจ้าเมืองเชียงใหม่ตอนนั้น สั่งให้อัญเชิญเข้าเชียงใหม่ จัดขบวนช้างขึ้นไปรับถึงเชียงรายเลย
ก็ต้องได้อยู่แล้วสิคะ เจ้าเมืองสั่งเอง
นั่นแหละคือจุดที่เรื่องหักค่ะ พอขบวนถึงทางแยกที่จะเข้าเชียงใหม่ ช้างที่อัญเชิญไม่ยอมเดินไปทางนั้น กลับตื่นแล้ววิ่งไปทางนครลำปาง
ช้างตกใจเฉย ๆ หรือเปล่า
เขาก็คิดแบบนั้นค่ะ จึงตั้งขบวนใหม่ เล้าโลมช้าง แล้วออกเดินอีกครั้ง พอถึงทางแยกเดิม ช้างก็เลี้ยวไปทางลำปางอีก ทำกี่ครั้งก็ได้ผลเหมือนเดิม
แล้วเจ้าเมืองว่ายังไง
สุดท้ายฝ่ายที่ยอมคือเจ้าเมืองเชียงใหม่ค่ะ ยอมให้อัญเชิญไปประดิษฐานที่นครลำปางแทน ตำนานอีกสำนวนหนึ่งไม่ได้เล่าเรื่องช้าง แต่เล่าว่าใช้วิธีจับฉลาก แล้วฉลากออกชื่อลำปาง
สองสำนวนเลยเหรอ
สองสำนวนค่ะ และตรงกันแค่ผลลัพธ์ คือลงเอยที่ลำปาง ประดิษฐานอยู่วัดพระแก้วดอนเต้า ตั้งแต่ปีหนึ่งเก้าเจ็ดเก้า ยาวถึงปีสองศูนย์หนึ่งหนึ่ง รวมสามสิบสองปี
สามสิบสองปี... แล้วใครมาพาไป
พระเจ้าติโลกราชค่ะ กษัตริย์เชียงใหม่ที่ครองราชย์ยาวสี่สิบหกปี อัญเชิญเข้าเชียงใหม่สำเร็จ คราวนี้ไม่มีบันทึกว่าช้างขัดขืน
แล้วอยู่เชียงใหม่ตลอดเลยไหม
ไม่ค่ะ ต่อมาสมเด็จพระไชยเชษฐาธิราชอัญเชิญไปหลวงพระบาง แล้วย้ายตามเมืองหลวงไปเวียงจันทน์ และยังเดินทางต่ออีกหลายร้อยปีหลังจากนั้น
เดินทางเยอะกว่าคนอีก
เยอะกว่าเจ้านายหลายพระองค์ค่ะ และตำนานช่วงก่อนพบที่เชียงราย ทั้งเรื่องอินเดีย ลังกา ก็ขัดกันเองจนนักค้นคว้ารุ่นหลังเห็นว่าน่าจะเป็นเรื่องแต่งเติม เชื่อได้จริงคือนับจากวันที่ฟ้าผ่าลงเจดีย์องค์นั้น
แหล่งอ้างอิง
- S1วิกิพีเดียไทย "พระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร" — พบครั้งแรกในเจดีย์ วัดป่าญะ ตำบลเวียง เมืองเชียงราย พ.ศ. ๑๙๗๗ เมื่อองค์เจดีย์พังทลาย พบพระพุทธรูปพอกปูนลงรักปิดทอง ต่อมาปูนกะเทาะเห็นเนื้อหยก · "พญาสามฝั่งแกนแห่งเชียงใหม่ทราบข่าว จึงเชิญมาประดิษฐานที่เชียงใหม่ ตำนานหลายแห่งระบุตรงกันว่าช้างทรงพระแก้วมรกตไม่ยอมเดินสู่เชียงใหม่ แต่ในรายละเอียดกลับระบุไม่ตรงกัน บ้างก็ว่าจับฉลากได้ชื่อเมืองลำปาง บ้างก็ว่าช้างวิ่งไปทางลำปางทุกครั้งเมื่อถึงทางแยก" · ประดิษฐานที่วัดพระแก้วดอนเต้า · พ.ศ. ๒๐๑๑ พระเจ้าติโลกราชอัญเชิญมาเชียงใหม่ · พ.ศ. ๒๐๙๑ พระเจ้าไชยเชษฐาอัญเชิญไปหลวงพระบาง · พ.ศ. ๒๑๐๓ ย้ายไปเวียงจันทน์ · ตำนานช่วงก่อนพบที่เชียงราย "มีข้อมูลซึ่งขัดแย้งกันเองมากมาย น่าจะเป็นเรื่องแต่งทั้งหมด"https://th.wikipedia.org/wiki/พระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร
- S2วิกิพีเดียไทย "ราชวงศ์มังราย" — พญาสามฝั่งแกน ครองราชย์ พ.ศ. ๑๙๔๕–๑๙๘๔ · พระเจ้าติโลกราช ครองราชย์ พ.ศ. ๑๙๘๔–๒๐๓๐ รวม ๔๖ ปีhttps://th.wikipedia.org/wiki/ราชวงศ์มังราย
- S3วัดพระแก้วดอนเต้าสุชาดาราม (สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดลำปาง) และ ฐานข้อมูลพิพิธภัณฑ์ ศมส. — ประดิษฐานพระแก้วมรกต พ.ศ. ๑๙๗๙–๒๐๑๑ รวม ๓๒ ปี และสำนวน "เมื่อถึงแยกไปเมืองลำปาง ช้างกลับวิ่งตื่นไปนครลำปาง ไม่ว่าจะเล้าโลมกี่ครั้ง"https://lpg.onab.go.th/th/content/category/detail/id/110/iid/4738
- S4silpa-mag "วัดพระแก้ว หรือที่ประดิษฐานพระแก้วมรกต ๗ แห่ง อยู่ไหนบ้าง?" — เส้นเวลาการเดินทางของพระพุทธรูปองค์นี้https://www.silpa-mag.com/history/article_143479
คำที่ใช้ในคอมเมนต์ของตอนนี้ — พระแก้ว