← คลังบทความ
ตอนที่ ๒๓ อยุธยา รัชกาลสมเด็จพระเอกาทศรถ (พระราชวังบวรสถานมงคล / วังหน้า อยุธยา)

รัชทายาทกรุงศรีอยุธยากราบบังคมทูลพระราชบิดาเพียงประโยคเดียว

  • พระราชบิดาตอบกลับแค่ ๔ คำ
  • คืนนั้นเองพระองค์เสวยยาพิษ ทั้งที่อีกไม่นานจะได้เป็นพระเจ้าแผ่นดินอยู่แล้ว
  • ๔ คำนั้นมีอะไรน่ากลัวถึงเพียงนั้น? และมีคนที่สามยืนอยู่หลังเรื่องนี้หรือเปล่า?

เจ้าฟ้าสุทัศน์ — พระราชโอรสพระองค์ใหญ่ในสมเด็จพระเอกาทศรถ พระมหาอุปราชผู้มีสิทธิสืบราชสมบัติ ที่เสวยยาพิษหลังพระราชบิดาตรัสถามว่า "จะเป็นขบถหรือ" (ราว พ.ศ. ๒๑๕๓ ปลายรัชกาลพระเอกาทศรถ)

รัชทายาทกรุงศรีอยุธยากราบบังคมทูลพระราชบิดาเพียงประโยคเดียว พระราชบิดาตอบกลับแค่ ๔ คำ แล้วคืนนั้นเองพระองค์เสวยยาพิษ ทั้งที่อีกไม่นานจะได้เป็นพระเจ้าแผ่นดินอยู่แล้ว

๔ คำอะไรคะพี่ ทำไมถึงน่ากลัวขนาดนั้น

เดี๋ยวจะเฉลย แต่ต้องรู้ก่อนว่าพระองค์คือใคร เจ้าฟ้าสุทัศน์ พระราชโอรสพระองค์ใหญ่ในสมเด็จพระเอกาทศรถ ประสูติแต่พระอัครมเหสี

ลูกคนโตของพระเจ้าแผ่นดิน แม่ก็เป็นมเหสีเอก ตำแหน่งแน่นมากเลย

แน่นค่ะ พระอนุชาร่วมพระมารดามีพระองค์เดียว คือเจ้าฟ้าศรีเสาวภาค ซึ่งประชวรพระยอดจนเสียพระเนตรไปข้างหนึ่ง

แล้วพระราชบิดาเลือกใคร

เลือกพระเชษฐาค่ะ สมเด็จพระเอกาทศรถสถาปนาเจ้าฟ้าสุทัศน์ขึ้นเป็นพระมหาอุปราช คือรัชทายาทเต็มตัว มีวังของพระองค์เอง

ฟังดูราบรื่นมากเลย แล้วพลาดตรงไหน

พงศาวดารฉบับพันจันทนุมาศบันทึกสั้นมาก ว่า "อยู่มา ๔ เดือนเศษ พระมหาอุปราชกราบทูลพระกรุณาว่า ขอพิจารณาคนออก"

ขอพิจารณาคนออก... แปลว่าอะไร

นี่แหละคือปมที่นักประวัติศาสตร์ยังเถียงกันจนวันนี้ สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงสันนิษฐานไว้ใน "สาส์นสมเด็จ" ว่าน่าจะเป็นการขอปลดคนออกจากราชการก่อนกำหนดตามประเพณีเดิม

แค่ขอปลดคนออกจากราชการเนี่ย

ฟังดูเป็นเรื่องธุรการมากใช่ไหมคะ แต่ในระบบไพร่หลวง คนคืออำนาจ ปลดคนของใครออก ก็เท่ากับตัดกำลังของคนนั้น

อ๋อ... แปลว่าอาจไปแตะกำลังของคนที่ไม่ควรแตะ

และนี่คือ ๔ คำที่พระราชบิดาตรัสตอบ "จะเป็นขบถหรือ"

แค่นั้นเหรอ

แค่นั้นค่ะ แต่พงศาวดารเขียนต่อว่า "พระมหาอุปราชมีความกลัวสมเด็จพระราชบิดาเป็นกำลัง ออกจากที่เฝ้า เสด็จมาพระราชวังบวรสถานมงคล เพลาค่ำเสวยยาพิษ เสร็จสวรรคต"

ออกจากที่เฝ้าคืนนั้นแล้วจบเลย ไม่มีการสอบสวน ไม่มีการแก้ตัวเลยเหรอ

ไม่มีค่ะ และสิ่งที่เจ็บที่สุดคือ สมเด็จพระเอกาทศรถโทมนัสอย่างหนัก แล้วโปรดให้จัดพระราชทานเพลิงพระศพเต็มยศอย่างพระมหาอุปราช

คือเสียใจมาก... แต่สายไปแล้ว

ทีนี้มาถึงคนที่สาม จดหมายเหตุของปีเตอร์ ฟลอริส พ่อค้าชาวดัตช์ที่ประจำอยู่ปัตตานีช่วง พ.ศ. ๒๑๕๕ ถึง ๒๑๕๘ เล่าเรื่องนี้ไว้คนละแบบ

คนละแบบยังไง

ฟลอริสเขียนว่าพระราชโอรสองค์ใหญ่ถูกสำเร็จโทษเพราะคำยุยงของขุนนางผู้ใหญ่คนหนึ่ง ที่มีชาวญี่ปุ่นนับร้อยคนอยู่ในบังคับบัญชา และคิดการจะตั้งตนเป็นพระมหากษัตริย์เสียเอง

เดี๋ยวนะ! ถ้าอย่างนั้นก็แปลว่าอาจไม่ใช่ยาพิษ แต่เป็นการถูกกำจัดเลยหรือเปล่า

ต้องพูดให้ตรงว่ายังตอบไม่ได้ค่ะ ฟลอริสอยู่ปัตตานี ไม่เคยเข้ามาถึงอยุธยา ข้อมูลอาจคลาดเคลื่อนได้ แต่พงศาวดารเองก็เขียนไว้สั้นจนน่าสงสัย

ที่แน่ ๆ คือหลังจากนั้นไม่มีการตั้งพระมหาอุปราชองค์ใหม่อีกเลยจนสิ้นรัชกาล และพระอนุชาที่ได้ราชสมบัติต่อ ก็อยู่ได้เพียงปีเดียวเท่านั้น

หมายเหตุเรื่องหลักฐาน

  • ความในพงศาวดารที่บทยกมา ๒ ท่อน ("อยู่มา ๔ เดือนเศษ…ขอพิจารณาคนออก" และ "พระมหาอุปราชมีความกลัว…เสร็จสวรรคต") ตรงกันทั้ง S1 และ S2
  • วลี "จะเป็นขบถหรือ" เป็นความในพงศาวดารจริง (S1, S2)
  • ปีสวรรคตของสมเด็จพระเอกาทศรถ พ.ศ. ๒๑๕๓ (S2 อ้าง ค.ศ. 1610) และ "พระอนุชาอยู่ได้ปีเดียว" (พระศรีเสาวภาคย์ ถูกแย่งราชสมบัติในปีเดียวกันโดยพระเจ้าทรงธรรม)

แหล่งอ้างอิง

  1. S1silpa-mag article_107413 "เจ้าฟ้าสุทัศน์ พระราชโอรสในพระเอกาทศรถ เหตุใดจึงเสวย 'ยาพิษ' ปลิดชีพ…" (ณัฐภิเชษฐ์ ฝึกฝน, ๒๗ เม.ย. ๒๕๖๖) — ยกความ พระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยาฉบับพันจันทนุมาศ (เจิม) + คำวิเคราะห์ใน "สาส์นสมเด็จ" จดหมายลงวันที่ ๒๘ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๘๐https://www.silpa-mag.com/history/article_107413
  2. S2blockdit "วิพากษ์ประวัติศาสตร์ — เจ้าฟ้าสุทัศน์ มหาอุปราชผู้…" — ข้อความพงศาวดารเต็ม + จดหมายเหตุปีเตอร์ ฟลอริส (Peter Floris) พ่อค้าดัตช์ประจำปัตตานี พ.ศ. ๒๑๕๕–๒๑๕๘ ("Jockcrommewaye" / to bee slayne)https://www.blockdit.com/posts/6033c19f39d87e0881b04491
  3. S3วิกิพีเดียไทย "เจ้าฟ้าสุทัศน์" — ลำดับพระราชวงศ์ + งานพระราชทานเพลิงตามพระอิสริยยศพระมหาอุปราช
พ่อถามลูก ๔ คำ — แล้วลูกก็ไม่กลับมาอีกเลย

คำที่ใช้ในคอมเมนต์ของตอนนี้ — สุทัศน์

ลิงก์คลิป — รอใส่ไปที่ช่อง